ถังแซท คืออะไร?

ถังแซท (Septic Tank) คือถังบำบัดน้ำเสียที่ผ่านการใช้แล้วให้มีความสะอาด โดยระบบถังแซทจะทำหน้าที่แยกของเสียออกจากน้ำ และใช้กระบวนการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ภายในถัง ก่อนปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดออกไปยังระบบท่อระบายน้ำ
การติดตั้งถังแซทช่วยให้ที่พักอาศัยมีระบบสุขาภิบาลที่ถูกต้อง และช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำเสีย เช่น กลิ่นไม่พึงประสงค์หรือการปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ข้อดีของการติดตั้งถังแซท
การติดตั้งถังแซทนั้นเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับที่พักอาศัย เพราะมีข้อดีในหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านต่อไปนี้
- ช่วยบำบัดสิ่งปฏิกูลจากห้องน้ำ
- ลดปัญหาท่ออุดตัน
- ลดกลิ่นเหม็นจากของเสีย
- ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
- เป็นมาตรฐานด้านสุขาภิบาลของบ้าน
หากบ้านไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม ของเสียจากห้องน้ำจะไหลลงท่อโดยตรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขอนามัยในระยะยาวได้
ระบบถังแซท ทำงานอย่างไร?
ระบบการทำงานของถังแซท ถูกออกแบบมาให้เป็นถังบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กที่มีการทำงานภายในตัวถัง โดยอาศัยกระบวนการทางธรรมชาติในการแยกและย่อยสลายของเสียก่อนปล่อยน้ำออกสู่การระบายในขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนการทำงานของระบบถังแซท
ระบบถังแซทจะเริ่มขึ้นหลังจากที่น้ำเสียจากการใช้งานไหลเข้าสู่ตัวถัง โดยขั้นตอนการทำงานแบ่งได้ตามรายละเอียดต่อไปนี้
- การแยกตะกอนหนักออกจากน้ำเสีย: เมื่อน้ำเสียเข้าสู่ถัง ตะกอนหนักหรือของแข็งจะค่อย ๆ ตกลงสู่ก้นถัง ขณะที่ของเหลวจะลอยอยู่ด้านบน ทำให้เกิดการแยกชั้นของน้ำและตะกอน
- การย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์แบบไม่ใช้ออกซิเจน: ภายในถังจะมีแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) ทำหน้าที่ย่อยสลายของเสียอินทรีย์ ช่วยลดปริมาณตะกอนและลดกลิ่นของน้ำเสีย
- การปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดออกจากถัง: หลังจากผ่านกระบวนการบำบัดแล้ว น้ำที่เหลือจะมีปริมาณตะกอนและกลิ่นลดลง ก่อนถูกปล่อยออกไปยังระบบระบายน้ำหรือพื้นที่ซึมดิน
ผลลัพธ์ของกระบวนการบำบัดภายในระบบถังแซท คือช่วยให้น้ำเสียมีคุณภาพดีขึ้น ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ลดปริมาณตะกอนตกค้าง และช่วยให้สามารถปล่อยน้ำออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ปลอดภัยมากกว่าการปล่อยน้ำเสียโดยตรง
นอกจากถังแซทแล้วถังเก็บน้ำที่บ้านก็สำคัญ อ่านบทความที่น่าสนใจ ทำความรู้จักถังเก็บน้ำ แต่ละแบบ เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าเหมาะกับบ้านคุณ
ประเภทของถังแซทที่นิยมใช้
โดยทั่วไปถังแซท สามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียได้ 2 ประเภท คือระบบที่ใช้การเติมอากาศ และระบบที่ไม่ใช้การเติมอากาศ ทั้งสองแบบมีหลักการทำงานแตกต่างกัน ดังนี้
1. ถังแซทแบบเติมอากาศ
ถังแซทแบบเติมอากาศ เป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่มีการเติมอากาศเข้าไปภายในถัง เพื่อช่วยให้จุลินทรีย์ที่ต้องใช้ออกซิเจนสามารถทำงานได้ดีขึ้น จุลินทรีย์เหล่านี้จะทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสียได้อย่างรวดเร็ว ทำให้กระบวนการบำบัดมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับบ้านขนาดใหญ่ อาคาร หรือสถานที่ที่มีปริมาณน้ำเสียมาก
2. ถังแซทแบบไม่เติมอากาศ
ถังแซทแบบไม่เติมอากาศ เป็นระบบที่นิยมใช้ในบ้านพักอาศัยทั่วไป เนื่องจากมีโครงสร้างเรียบง่ายและไม่ต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในการทำงาน ระบบจะอาศัยแบคทีเรียแบบไม่ใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายของเสียภายในถัง เป็นระบบที่ประหยัด ดูแลรักษาง่าย และเหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป
วัสดุที่ใช้ผลิตถังแซท
นอกจากการแบ่งตามระบบการทำงานแล้ว ถังแซทยังสามารถแบ่งตามวัสดุที่ใช้ผลิตได้อีกด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วแบ่งเป็น 2 ชนิด ดังนี้
- ถังแซทพลาสติก:ผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูง มีน้ำหนักเบา ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมีได้ดี นิยมใช้ในภาคอุตสาหกรรม
- ถังแซทไฟเบอร์กลาส: ผลิตจากวัสดุไฟเบอร์กลาส มีความแข็งแรงสูงและทนต่อแรงกดทับของดินได้ดี ไม่แตกหรือรั่วง่าย เหมาะกับการใช้ในที่พักอาศัย หรือโรงงานที่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก
สำหรับวัสดุที่ใช้ผลิตถังแซท นอกจากคุณสมบัติด้านความทนทานและความเหมาะสมในการใช้งานแล้ว ยังเป็นส่วนที่กำหนดอายุการใช้งานและราคาของถังแซทอีกด้วย
ราคาถังแซทโดยประมาณ
ราคาถังแซทเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยให้เจ้าของบ้าน อาคาร หรือโรงงานอุตสาหกรรม วางแผนด้านงบประมาณในการติดตั้งถังแซทได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยทั่วไป ราคาถังแซทขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดถัง วัสดุ และแบรนด์ผู้ผลิต
โดยถังแซทขนาด 600 – 800 ลิตร ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,500 – 4,500 บาท และถังแซทขนาด 1000 – 2000 ลิตร ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3,500 – 6,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นเพียงราคาตัวถัง ยังไม่รวมค่าติดตั้ง หรืออุปกรณ์เพิ่มเติม
หมายเหตุ: ราคาสินค้าเป็นราคาอ้างอิง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่น
ตารางเปรียบเทียบถังแซทแต่ละขนาด

ตารางด้านล่างนี้จะช่วยให้เห็นความแตกต่างของ ถังแซท 600 ลิตร, 800 ลิตร, 1000 ลิตร และ 2000 ลิตร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
| ขนาดถังแซท | สถานที่ติดตั้งที่เหมาะสม | จำนวนผู้อยู่อาศัย | จุดเด่น |
| ถังแซท 600 ลิตร | บ้านขนาดเล็ก / ห้องน้ำเดียว | 1–2 คน | ประหยัดพื้นที่และราคา เหมาะกับบ้านขนาดเล็กหรือบ้านพักชั่วคราว |
| ถังแซท 800 ลิตร | บ้านขนาดเล็กถึงกลาง | 2–3 คน | รองรับการใช้งานได้มากขึ้น เหมาะกับบ้านทั่วไปที่มีผู้อยู่อาศัยไม่มาก |
| ถังแซท 1000 ลิตร | บ้านขนาดกลาง อาคารขนาดเล็ก | 3–5 คน | รองรับการใช้งานได้ดี เหมาะกับครอบครัวทั่วไป |
| ถังแซท 2000 ลิตร | บ้านขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน | 5-8 คน | รองรับปริมาณน้ำเสียจำนวนมาก เหมาะกับบ้านและอาคารที่มีหลายห้องน้ำ |
การเลือกขนาดถังแซทควรเผื่อการใช้งานในอนาคตไว้ด้วย เช่น หากมีแผนขยายบ้าน หรือมีสมาชิกเพิ่ม การเลือกถังที่มีขนาดใหญ่กว่าความต้องการเล็กน้อยจะช่วยให้ ระบบบำบัดน้ำเสียทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้
วิธีคำนวณขนาดของถังแซทให้เหมาะกับการใช้งาน
การเลือกขนาดถังแซทให้เหมาะกับการใช้งานจะช่วยลดข้อผิดพลาดและช่วยให้การทำงานของระบบถังแซทมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้วิธีคำนวณได้จากการประเมินปริมาณน้ำเสียต่อคน
โดยเฉลี่ยหนึ่งคนจะสร้างน้ำเสียจากห้องน้ำประมาณ 150–200 ลิตรต่อวัน ดังนั้นถังแซทควรมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับน้ำเสียได้อย่างน้อย 2–3 เท่าของปริมาณการใช้งาน
วิธีคำนวณจะคำนวณจาก (จำนวนผู้ใช้น้ำ หรือผู้อยู่อาศัย) x 80% (ปริมาณเฉลี่ยของน้ำเสียที่ใช้) x (ปริมาณน้ำเสียที่แต่ละคนใช้ในแต่ละวัน) x 1.5 (จำนวนวันโดยเฉลี่ยที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย) = ขนาดของถังบำบัดน้ำเสียของถังแซทที่เหมาะสม
ตัวอย่างการคำนวณ
- สมาชิกในบ้านมีทั้งหมด 4 คน เฉลี่ยใช้น้ำต่อคนวันละ 200 ลิตร
- นำมาคำนวณขนาดถังแซท 4 x 0.8 x 200 x 1.5 = 960 ลิตร
ดังนั้นขนาดถังที่เหมาะสมควรไม่ควรต่ำกว่า 1000 ลิตร เพื่อให้รองรับกับการใช้น้ำจริง และมีพื้นที่เพียงพอต่อการพักคอยระหว่างการบำบัดน้ำเสีย
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการติดตั้งและดูแลรักษาถังแซท
แม้ว่าถังแซทจะเป็นอุปกรณ์ที่ดูแลรักษาไม่ยาก แต่การติดตั้งและดูแลรักษาอย่างถูกต้องก็เป็นวิธีที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างราบรื่น โดยมีข้อควรรู้ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการติดตั้งใกล้ฐานรากบ้าน
- ต้องมีระบบระบายอากาศของถัง
- ควรมีช่องสำหรับสูบตะกอนในอนาคต
- หลีกเลี่ยงการทิ้งของแข็งหรือพลาสติกลงชักโครก
- หลีกเลี่ยงสารเคมีที่อาจฆ่าแบคทีเรียในถัง
- ตรวจสอบระบบท่อเป็นระยะ
- สูบตะกอนออกทุก 3–5 ปี
การติดตั้งและดูแลรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบบำบัดน้ำเสียทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ถังแซท อุปกรณ์สำคัญในระบบบำบัดน้ำเสียที่ทุกบ้านควรมี
การติดตั้งถังแซท เป็นระบบสุขาภิบาลพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน เพราะนอกจากจะช่วยลดการเกิดกลิ่นเหม็นแล้ว ยังมีส่วนช่วยปรับคุณภาพของน้ำเสียให้เป็นน้ำที่ปราศจากการสะสมของสิ่งสกปรก เพื่อเตรียมปล่อยสู่แหล่งธรรมชาติได้อย่างมั่นใจ
สำหรับท่านที่กำลังรีโนเวทบ้านหรือต้องการปรับปรุงระบบน้ำเสีย การเลือกถังแซทที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีขนาดที่เหมาะสมคือปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ตงการช่างซัพพลาย เราเชี่ยวชาญเรื่องการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ประปามานานกว่า 40 ปี พร้อมให้คำแนะนำการเลือกซื้อถังแซทและระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะกับการใช้งานจริงสำหรับคุณ
สนใจสั่งซื้อสินค้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Add Line :@tongsupply
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ : 074-243-888
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับถังแซท
Q: หากที่อยู่อาศัยบ้านอยู่อาศัยกัน 4 คนควรใช้ถังแซทกี่ลิตร?
A: บ้านที่มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 3–5 คน ควรเลือกใช้ ถังแซท 1000 ลิตร เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานได้เพียงพอ
Q: ถังแซทช่วยลดกลิ่นเหม็นได้ไหม?
A: การติดตั้งถังแซทช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ เพราะทำงานด้วยระบบปิดและมีจุลินทรีย์มาย่อยสลายของเสีย ลดการสะสมของกากและกลิ่นเหม็นย้อนได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
Q: ถังแซทติดตั้งใต้ดินได้หรือไม่?
A: สามารถติดตั้งใต้ดินได้ โดยปกติถังแซทจะถูกออกแบบให้ติดตั้งใต้ดิน เพื่อประหยัดพื้นที่และลดผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของบ้าน

