ระบบรดน้ำอัตโนมัติ คืออะไร?

ระบบรดน้ำอัตโนมัติ คือ ระบบการจัดการน้ำที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยควบคุมการเปิด-ปิด และกระจายน้ำตามเวลาหรือความชื้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องใช้แรงงานคนเดินลากสายยางรดน้ำเอง หลักการทำงานโดยรวมจะเริ่มจากตัวควบคุม (Controller/Timer) ส่งสัญญาณไปยังวาล์วเกษตร เพื่อปล่อยน้ำผ่านท่อส่งน้ำไปยังหัวจ่ายน้ำประเภทต่าง ๆ
ระบบนี้เหมาะกับทุกคน ตั้งแต่เจ้าของบ้านจัดสรรที่ต้องการ ระบบรดน้ําสนามหญ้า ไปจนถึงเกษตรกรที่ทำ ระบบรดน้ำ การเกษตร ขนาดใหญ่ เพื่อควบคุมต้นทุนและคุณภาพของผลผลิต
จุดเด่นของระบบรดน้ำอัตโนมัติ
หากจะพูดถึง จุดเด่นของระบบรดน้ำอัตโนมัติ ในมุมมองของช่างที่ดูแลระบบน้ำมานาน สรุปให้เห็นภาพชัด ๆ ได้ 4 ด้านหลัก ที่จะเปลี่ยนการดูแลสวนแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าที่สุด
- ประหยัดทรัพยากรน้ำได้มากกว่าที่คิดนี่คือจุดเด่นอันดับหนึ่งเลย การรดน้ำด้วยสายยางแบบเดิมเรามักจะคุมปริมาณน้ำไม่ได้
- จัดการเวลาได้อย่างอิสระ พืชจะได้รับน้ำในเวลาที่เหมาะสมที่สุด (เช่น ช่วงเช้ามืดที่พืชดูดซึมน้ำได้ดี) แม้เราจะยังไม่ตื่นหรือไม่อยู่บ้านก็ตาม ช่วยให้คุณเดินทางไปที่อื่นได้หลายวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องต้นไม้
- ลดภาระงานและค่าใช้จ่ายแฝง ลดความเหนื่อยล้าจากการลากสายยางหนัก ๆ เดินรอบสวน และช่วยให้พืชแข็งแรงโตไว ลดอัตราการตายของต้นไม้ ทำให้ไม่ต้องเสียเงินซื้อต้นไม้มาปลูกใหม่บ่อย ๆ
- ยืดหยุ่นปรับแต่งได้ตามพื้นที่จริง สามารถออกแบบให้ใช้หัวสปริงเกอร์สำหรับสนามหญ้า และใช้หัวน้ำหยดสำหรับแปลงผักหรือไม้กระถางในระบบเดียวกันได้เลย แถมยังต่อเติมขยายระบบเพิ่มได้ง่ายในอนาคต
แนะนำบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สปริงเกอร์คืออะไร? เลือกสปริงเกอร์ให้เหมาะกับสวนและการเกษตร ใช้น้ำคุ้ม ประหยัดกว่าเดิม
ประเภทของระบบรดน้ำอัตโนมัติ มีกี่แบบ?
การเลือกรูปแบบระบบน้ำคือหัวใจสำคัญ เพราะพืชแต่ละชนิดต้องการน้ำในลักษณะที่ต่างกัน โดยหลัก ๆ ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 4 รูปแบบ ดังนี้
1. ระบบน้ำหยด (Drip Irrigation) เน้นความประหยัด น้ำตรงถึงราก
ระบบน้ำหยดเป็นการปล่อยน้ำให้หยดลงที่โคนต้นพืชอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ
- เหมาะสำหรับ: ระบบรดน้ำ แปลงผัก, สวนผลไม้, ไม้กระถาง หรือพืชที่ปลูกเป็นแถวแนวชัดเจน
- จุดเด่น: ประหยัดน้ำได้สูงสุดถึง 70% เพราะลดการระเหยของน้ำในอากาศ และช่วยลดการเจริญเติบโตของวัชพืชรอบ ๆ ต้นไม้ได้ดีเยี่ยม
2. ระบบสปริงเกอร์ (Sprinkler System) กระจายน้ำทั่วถึง ครอบคลุมพื้นที่กว้าง
การฉีดพ่นน้ำออกมาเป็นลำและกระจายตัวเป็นวงกว้างคล้ายฝนตก
- เหมาะสำหรับ: ระบบรดน้ําสนามหญ้า, สวนไม้ดอก หรือพื้นที่โล่งกว้างที่ต้องการความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ
- จุดเด่น: สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ปริมาณมากในการรดน้ำเพียงครั้งเดียว และช่วยชะล้างฝุ่นละอองบนใบไม้ได้ดี
3. ระบบมินิสปริงเกอร์ (Mini Sprinkler) แม่นยำสูง กระจายน้ำได้ดี
เป็นการย่อส่วนสปริงเกอร์ให้เล็กลง เพื่อการกระจายน้ำที่เจาะจงพื้นที่มากขึ้น
- เหมาะสำหรับ: สวนผลไม้ที่ต้องการน้ำเฉพาะโคนต้นในรัศมี 1-3 เมตร หรือสวนหย่อมขนาดกลาง
- จุดเด่น: ให้ปริมาณน้ำที่มากกว่าระบบน้ำหยด แต่ประหยัดกว่าสปริงเกอร์ใหญ่ ติดตั้งง่ายด้วยการเจาะเข้ากับ ท่อ PE ได้โดยตรง
4. ระบบพ่นหมอก (Misting System) เพิ่มความชื้น ลดความร้อน
การใช้แรงดันน้ำผ่านหัวรูเล็กมากจนน้ำแตกตัวเป็นละอองฝอยละเอียด
- เหมาะสำหรับ: เรือนเพาะชำ, โรงเรือนเห็ด, กล้วยไม้ หรือใช้ลดอุณหภูมิในคาเฟ่สวนและที่พักอาศัย
- จุดเด่น: ช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศได้ดีเยี่ยมโดยไม่ทำให้หน้าดินแฉะจนเกินไป และช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่ได้ 3-5 องศาเซลเซียส
คำแนะนำจาก “ตงการช่างซัพพลาย” สำหรับบ้านจัดสรรทั่วไป ตงการช่างซัพพลาย ขอแนะนำให้ทำระบบ “Hybrid” คือใช้ ระบบรดน้ำ สปริงเกอร์ สำหรับสนามหญ้าหน้าบ้าน และใช้ ระบบน้ำหยด สำหรับไม้ริมรั้วหรือแปลงผักสวนครัวหลังบ้าน เพื่อให้คุณบริหารจัดการน้ำได้คุ้มค่าที่สุด
อุปกรณ์สำคัญของระบบรดน้ำอัตโนมัติที่ควรรู้
เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่น คุณควรทำความรู้จักกับอุปกรณ์เหล่านี้
- แหล่งน้ำและปั๊มน้ำ หัวใจหลักในการสร้างแรงดันน้ำให้หัวจ่ายทำงานได้
- ท่อส่งน้ำ (PE / HDPE / PVC) สำหรับงานเกษตรมักใช้ ท่อ PE เพราะยืดหยุ่น ทนทาน และเจาะติดตั้งหัวจ่ายง่าย
- วาล์วและโซลินอยด์วาล์ว ตัวเปิด-ปิดน้ำตามการสั่งงานของระบบไฟฟ้า
- หัวจ่ายน้ำ เลือกตามประเภทพืช เช่น หัวสปริงเกอร์ หรือหัวน้ำหยด
- ตัวตั้งเวลา (Timer / Controller) สมองกลของระบบ มีทั้งแบบใส่ถ่านติดตั้งง่าย และแบบดิจิทัลต่อไฟบ้าน
อ่านบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ แชร์เทคนิค! เลือกปั๊มน้ำบ้านแบบไหนดีให้เหมาะกับการใช้งาน
ตงการช่างซัพพลาย แนะนำวิธีเลือก ระบบรดน้ำอัตโนมัติ เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน

เพื่อวางระบบน้ำการเกษตรและในสวนที่เสถียรและใช้งานได้ยาวนานที่สุด ตงการช่างซัพพลาย สรุปวิธีเลือกแบบมืออาชีพที่ใช้ประสบการณ์กว่า 40 ปีมาฝากกัน การจะเลือกระบบรดน้ำอัตโนมัติให้คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ดูที่ยี่ห้อ แต่ต้องดูองค์ประกอบเหล่านี้ให้ครบ
1. เลือกจากพื้นที่และชนิดของพืช
- สนามหญ้าและพื้นที่โล่ง ควรเลือก ระบบรดน้ำ สปริงเกอร์ แบบ Pop-up (หัวที่จะโผล่ขึ้นมาเฉพาะเวลาทำงาน) เพื่อความสวยงามและไม่เกะกะตอนตัดหญ้า
- สวนผลไม้และแปลงผัก เน้น ระบบน้ำหยด หรือ มินิสปริงเกอร์ เพราะช่วยส่งน้ำถึงรากพืชโดยตรง และคุมปริมาณน้ำตามแนวแถวของพืชได้แม่นยำ
- โรงเรือนหรือพืชต้องการความชื้นสูง เช่น กล้วยไม้หรือเฟิร์น ควรเลือก ระบบพ่นหมอก เพื่อรักษาความชื้นในอากาศโดยไม่ทำให้เครื่องปลูกแฉะเกินไป
2. เช็ก “แรงดันน้ำ” และ “แหล่งน้ำ”
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดที่คนส่วนใหญ่พลาด การเลือกควรตรวจสอบว่าปั๊มน้ำที่มีอยู่มีแรงดันและอัตราการไหล เพียงพอต่อจำนวนหัวจ่ายน้ำหรือไม่ หากแรงดันน้อยเกินไป สปริงเกอร์จะไม่หมุนหรือน้ำจะไม่ออกที่ปลายสาย
หากใช้น้ำจากบ่อหรือน้ำบาดาล ต้องมีกรองน้ำเกษตรติดตั้งก่อนเข้าระบบรดน้ำเสมอ เพื่อป้องกันหัวสปริงเกอร์หรือหัวน้ำหยดอุดตัน
3. ระบบควบคุม (Controller) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
- ระบบตั้งเวลาแบบใส่ถ่าน (Tap Timer) ติดตั้งง่ายที่สุด ต่อกับก๊อกน้ำได้เลย เหมาะสำหรับสวนขนาดเล็กหน้าบ้าน
- ระบบคอนโทรลเลอร์ไฟฟ้า (Wired System) เหมาะสำหรับสวนขนาดกลางถึงใหญ่ สามารถแยกโซนรดน้ำได้ (เช่น โซนหน้าบ้านรด 10 นาที โซนสนามหญ้ารด 20 นาที) ช่วยให้จัดการน้ำได้ละเอียดขึ้น
ระบบรดน้ำอัตโนมัติ ตงการช่างซัพพลาย คุณภาพที่ได้รับความไว้วางใจกว่า 40 ปี
เพราะหัวใจสำคัญของ ระบบรดน้ำอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่การมีตัวตั้งเวลา แต่คือการเลือกอุปกรณ์ทุกชิ้นให้ “เข้ากัน” และ “เหมาะสม” กับสภาพพื้นที่จริง ตงการช่างซัพพลาย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ประปามานานกว่า 40 ปี เราจึงคัดสรรเฉพาะอุปกรณ์คุณภาพสูงที่ช่างมืออาชีพไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นหัวสปริงเกอร์ ท่อ PE ปั๊มน้ำ หรือระบบคอนโทรลเลอร์จากแบรนด์ชั้นนำ
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ประปาคุณภาพสูงและสินค้าอื่น ๆ ให้เลือกซื้อกันได้เต็มที่ พร้อมบริการหลังการขาย ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ตรงใจ และตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด
สนใจสั่งซื้อสินค้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเรา
Add Line : @tongsupply
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ : 074-243-888
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับระบบรดน้ำอัตโนมัติ
สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบน้ำอัตโนมัติ เรารวบรวมมาให้ที่นี่เลย
Q : ระบบรดน้ำอัตโนมัติต้องใช้ปั๊มน้ำเสมอไปไหม?
A : ไม่เสมอไป หากแรงดันน้ำประปาที่บ้านแรงพอสำหรับการทำงานของหัวจ่าย 1-2 หัว ก็สามารถใช้ได้ แต่หากเป็นสวนขนาดใหญ่หรือมีหลายหัวจ่าย การมีปั๊มน้ำจะช่วยให้ระบบเสถียรและน้ำออกสม่ำเสมอกว่า
Q : ท่อ PE กับ ท่อ PVC แบบไหนดีกว่ากันสำหรับระบบรดน้ำ?
A : สำหรับระบบน้ำในสวนหรือเกษตร ท่อ PE จะนิยมมากกว่า เพราะมีความยืดหยุ่น โค้งงอตามแนวสวนได้ง่าย และเจาะใส่หัวมินิสปริงเกอร์ได้สะดวกรวดเร็ว
Q : ตัวตั้งเวลารดน้ำโดนแดดโดนฝนได้ไหม?
A : ตัวตั้งเวลาส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้กันน้ำ (IP Rating) ในระดับที่โดนฝนได้ แต่หากติดตั้งกลางแดดจัดตลอดเวลา แนะนำให้ทำหลังคาเล็ก ๆ ครอบ หรือติดตั้งในที่ร่มจะช่วยยืดอายุการใช้งานของหน้าจอและพลาสติกได้นานขึ้น
